ข่าวฟุตบอล UFABET

ข่าวฟุตบอล UFABET

ข่าวฟุตบอล UFABET

ข่าวฟุตบอล UFABET

ย้อนชมประวัติ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ว่าที่กุนซือคนใหม่ของ เลสเตอร์

ข่าวฟุตบอล UFABET ชื่อของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กลายมาเป็นพวดหัวข่าวอีกครั้ง เมื่อคาดกันว่าเขาจะเข้ามารับตำแหน่งกุนซือ เลสเตอร์ ซิตี้ แทนที่ โคล้ด ปูแอล ที่เพิ่งถูกปลดไป

เขาคือผู้จัดการทีมชาวไอริชที่แฟนบอล พรีเมียร์ ลีก ต่างก็คุ้นชื่อเสียงเรียงนามเป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสมัยที่เกือบพา ลิเวอร์พูล ผงาดคว้าแชมป์ลีก แต่ดันมาพลาดเอาในช่วงโค้งสุดท้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวะลื่นล้มของ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ในเกมกับ เชลซี ที่ทำให้สถานการณ์พลิกผัน และหลังจากนั้นก็อย่างที่ทุกคนรู้กัน

ปัจจุบัน ร็อดเจอร์ส ทำหน้าที่ผู้จัดการทีมให้กับ กลาสโกว์ เซลติก ยอดทีมสก็อต แต่ก็คงจะกลายเป็นอดีตในเร็วๆ นี้ เมื่อทางสโมสรยินดีที่จะให้กุนซือวัย 46 ปี เปิดฉากเจรจากับทีมสุนัขจิ้งจอก เพื่อเตรียมเข้ารับงานคุมทีมในถิ่น คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยม แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะเป็นทางการ เรามาย้อนดูประวัติของเขากันหน่อยดีกว่า

ร็อดเจอร์ส เริ่มต้นอาชีพโค้ชโดยคุมทีมให้กับ เชลซี ชุดเยาวชนเมื่อปี 2004 หลังจากที่อาชีพค้าแข้งของเขาไม่ได้มีอะไรที่โดดเด่นนัก จากนั้นเขาก็ได้ทำหน้าที่ให้กับทีมชุดใหญ่เป็นครั้งแรก เมื่อถูก วัตฟอร์ด ที่ตอนนั้นยังเล่นอยู่ใน แชมเปี้ยนชิพ ดึงตัวไปคุมทีม โดยมีภารกิจสุดหินคือการพาทีมรอดพ้นการตกชั้นให้ได้ สุดท้ายเขาก็ทำได้จริงๆ ทีมแตนอาละวาดที่จมอยู่โซนท้ายตารางในเดือนมกราคม ทำอันดับพรวดๆ ขึ้นมาจบที่ 13 หน้าตาเฉย

หลังจากประสบความสำเร็จในการคุมทีม วัตฟอร์ด เขาก็ได้งานใหม่ที่ เร้ดดิ้ง เมื่อปี 2009 เมื่อ สตีฟ ค็อปเปลล์ กุนซือคนก่อนได้ลาออกจากตำแหน่งไป จึงทำให้ ร็อดเจอร์ส ได้โอกาสหวนกลับมาทำงานให้กับสโมสรที่เขาเคยค้าแข้งด้วย แต่แม้ว่าจะเริ่มงานด้วยผลการแข่งขันที่ดี แต่ในระยะยาวเขาก็ต้องเจอกับปัญหาฟอร์มการเล่นของทีมที่ย่ำแย่ต่อเนื่อง ทำให้คุมทีมได้เพียงแค่ 6 เดือนก็ต้องแยกทางกันไป

ร็อดเจอร์ส มาถึงจุดที่เขาได้สร้างชื่อเสียงขึ้นมาอย่างเต็มภาคภูมิ เมื่อได้งานคุมทีม สวอนซี ซิตี้ ในฤดูกาล 2010/11 และก็พาทีมเลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกสูงสุด จากการคว้าสิทธิ์ในรอบเพลย์ออฟ ส่งผลให้ทีมหงส์ขาวเป็นสโมสรจากเวลส์ทีมแรกที่ได้ก้าวขึ้นมาเล่นใน พรีเมียร์ ลีก และฤดูกาลแรกของพวกเขาในเวทีใหญ่ก็ถือว่าทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ นำมาซึ่งสัญญาฉบับใหม่ที่ สวอนซี มอบให้ ร็อดเจอร์ส เซ็นอยู่โยงไปถึงปี 2015

อย่างไรก็ตาม กุนซือฝีมือดีก็ย่อมต้องมีทีมใหญ่ๆ จ้องจะสอยมาคุมทีม และทีมนั้นก็คือ ลิเวอร์พูล เขาเปิดตัวเป็นผู้จัดการทีมหงส์แดงเมื่อเดือนมิถุนายน 2012 โดยรับตำแหน่งต่อจาก เคนนี่ ดัลกลิช ซึ่งการจากลา สวอนซี มาก็เป็นการแยกทางกันด้วยดี ขณะที่ผลงานในฤดูกาลแรกของเขาในถิ่น แอนฟิลด์ ก็คือการพาทีมจบอันดับที่ 7 ใน พรีเมียร์ ลีก ซึ่งเป็นผลงานที่ดีกว่าฤดูกาลก่อนหน้า 1 อันดับ

ฤดูกาลที่สร้างชื่อสุดๆ ให้กับ ร็อดเจอร์ส มาถึงจนได้ในปีถัดมา ลิเวอร์พูล เข้าใกล้การคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก สุดๆ ซึ่งนี่ถือว่าเป็นความปรารถนาอันยาวนานของแฟนๆ ด้วยชัยชนะ 11 เกมรวดส่งให้พวกเขานำเป็นจ่าฝูงด้วยคะแนนห่างถึง 5 แต้ม ในขณะที่เหลือการแข่งขันอีกแค่ 3 เกม อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็มาพลาดท่าพ่ายคาบ้านต่อ เชลซี 0-2 ซึ่งส่งผลให้ทีมรองจ่าฝูงอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้เริ่มมีความหวัง

จากนั้นในเกมถัดมา ทีมหงส์แดงก็ทำได้แค่เสมอกับ คริสตัล พาเลซ 3-3 ทั้งที่ก่อนจบเกม 11 นาทียังนำห่างอยู่ถึง 3-0 แท้ๆ สุดท้ายจึงกลายเป็นทีมเรือใบสีฟ้าที่ปาดหน้าคว้าแชมป์ไปอย่างสุดแสบ แต่ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมก็ทำให้ ร็อดเจอร์ส ได้รางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของ LMA ไปครอง cdiebestenonlinecasinosu58.com

ฤดูกาลถัดมา ร็อดเจอร์ส กลับทำได้ไม่ดีเหมือนเดิมอีกแล้ว โดยพาทีมจบแค่อันดับ 6 เท่านั้นใน พรีเมียร์ ลีก ขณะที่รายการอื่นๆ ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้เขาเป็นผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล คนแรกนับตั้งแต่ปี 1950 ที่ไม่สามารถคว้าแชมป์ใดๆ ได้เลยหลังจากทำหน้าที่มาครบ 3 ฤดูกาล และในปีถัดมา ในเกมที่เสมอกับ เอฟเวอร์ตัน 1-1 เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2015 นั่นก็กลายเป็นเกมสุดท้ายของเขาในฐานะกุนซือหงส์แดง ขณะที่ทางสโมสรได้แต่งตั้ง เจอร์เก้น คล็อปป์ เข้ามาทำหน้าที่แทนจนถึงปัจจุบัน

ฤดูกาล 2016/17 ร็อดเจอร์ส ได้งานคุมทีมที่สก็อตแลนด์กับ กลาสโกว์ เซลติก ซึ่งเขาก็พาทีมกวาดแชมป์ได้ครบทุกรายการในประเทศ นั่นก็คือ สก็อตติช พรีเมียร์ ลีก 2 สมัย, สก็อตติช คัพ 2 สมัย และ สก็อตติช ลีก คัพ 3 สมัย แน่นอนว่าฤดูกาลล่าสุดทุกอย่างก็ไปได้สวยหลังจากที่สอยแชมป์ ลีก คัพ มาได้แล้ว 1 รายการ กระทั่งเขาได้รับการติดต่อจาก เลสเตอร์ ให้เข้าไปคุมทีมแทน ปูแอล ที่ถูกปลดพ้นตำแหน่ง

หลังจากนี้ก็ต้องมารอติดตามกันว่าบทใหม่ของเขาในการคืนเวที พรีเมียร์ ลีก จะประสบความสำเร็จหรือพังไม่เป็นท่ากันแน่